งานเลี้ยงเลือดเย็นกับเศษอาหารต่อชีวิต:

เมื่อเด็กหญิงมอมแมมฝ่าวงล้อมไฮโซเพื่อขอข้าวก้นจาน… นำพามหาเศรษฐีพบลูกสาวที่หายสาบสูญไปถึง 12 ปี!
ค่ำคืนแห่งฤดูฝนที่หนาวเหน็บ ท่ามกลางแสงไฟระยิบระยับของโรงแรมแกรนด์ แซฟไฟร์ พาเลซ โรงแรมระดับเจ็ดดาวที่หรูหราที่สุดในกรุงเทพมหานคร งานกาล่าดินเนอร์การกุศลมูลค่าหลายพันล้านกำลังถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่ พรมแดงทอดยาวตั้งแต่หน้าประตูจรดห้องโถงใหญ่ บรรดาแขกเหรื่อระดับ ‘ไฮโซ’ มหาเศรษฐี และนักการเมือง ต่างสวมชุดราตรีประดับเพชรพลอยเดินกรีดกรายอวดโฉม ท่ามกลางกลิ่นหอมของน้ำหอมราคาแพงและอาหารชั้นเลิศที่เชฟระดับมิชลินสตาร์รังสรรค์ขึ้น
ที่ใจกลางของงาน ชายหนุ่มวัยสี่สิบตอนปลายผู้มีใบหน้าหล่อเหลาแต่แฝงไปด้วยความเย็นชาและแววตาที่ว่างเปล่า กำลังนั่งจิบไวน์แดงอยู่ที่โต๊ะวีไอพี เขาคือ ‘ภูผา อัครโภคิน’ มหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของประเทศ เจ้าของอาณาจักรธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และเครือโรงแรมทั่วเอเชีย แม้เขาจะมีทรัพย์สินมหาศาลที่ใช้ทั้งชาติก็ไม่หมด แต่หัวใจของภูผากลับตายด้านไปตั้งแต่วันที่ฝนตกหนักเมื่อ 12 ปีก่อน… วันที่ ‘น้องฟ้าใส’ ลูกสาววัย 4 ขวบเพียงคนเดียวของเขา พลัดหลงและถูกลักพาตัวไปจากงานเทศกาล ภูผาใช้เงินนับร้อยล้านจ้างนักสืบทั่วโลก พลิกแผ่นดินหาลูกสาวสุดที่รัก แต่ก็ไร้ร่องรอยตลอดสิบสองปีที่ผ่านมา
“ภูผาคะ ลองทานสเต็กเนื้อวากิวจานนี้สิคะ เชฟทำมาพิเศษเพื่อคุณเลยนะ” ‘รินลดา’ ดาราสาวชื่อดังและคู่ควงคนปัจจุบันของภูผา เอ่ยเสียงหวานพลางเลื่อนจานอาหารที่เพิ่งถูกตักไปเพียงคำเดียวมาตรงหน้าเขา ภูผาเพียงแค่ปรายตามองและส่ายหน้า ปล่อยให้อาหารราคาหลักหมื่นนั้นวางทิ้งไว้บนโต๊ะอย่างไม่ไยดี
ในขณะที่ภายในงานเต็มไปด้วยความหรูหราฟู่ฟ่า ภายนอกโรงแรม ท่ามกลางสายฝนที่สาดกระหน่ำ ร่างเล็กๆ ร่างหนึ่งกำลังเดินลากเท้าโซซัดโซเซมาตามทางเท้า เธอคือ ‘ดาว’ เด็กสาววัย 16 ปีที่เพิ่งหนีรอดเงื้อมมือจากแก๊งขอทานและค้ามนุษย์ที่ทารุณกรรมเธอมาตั้งแต่จำความได้ ร่างกายของดาวผอมโซจนเห็นซี่โครง ผิวพรรณหยาบกร้านและเต็มไปด้วยรอยแผลเป็นจากการถูกเฆี่ยนตี เสื้อผ้าที่สวมใส่เป็นเพียงเศษผ้าเก่าๆ ที่ขาดวิ่นและเปรอะเปื้อนไปด้วยโคลนตม ผมเผ้ายุ่งเหยิงเปียกปอนบดบังใบหน้าที่แท้จริง
ดาวไม่ได้กินอะไรมาสามวันเต็มแล้ว ความหิวโหยกัดกินกระเพาะจนเธอปวดร้าวไปทั้งร่าง สายตาพร่ามัวของเด็กสาวมองเห็นแสงสว่างจ้าและได้กลิ่นหอมของอาหารที่ลอยทะลุออกมาจากประตูกระจกบานใหญ่ของโรงแรม สัญชาตญาณการเอาชีวิตรอดสั่งให้เธอเดินฝ่าสายฝน ลอบเร้นผ่านพุ่มไม้ หลบหลีกสายตาของพนักงานรักษาความปลอดภัย และแฝงตัวเข้ามาทางประตูหลังของห้องจัดเลี้ยงได้อย่างปาฏิหาริย์
เมื่อดาวก้าวเท้าเปล่าที่เปื้อนโคลนเข้ามาในห้องโถงใหญ่ ความสว่างไสวของโคมไฟคริสตัลทำให้เธอต้องหรี่ตา แอร์ที่เย็นฉ่ำปะทะร่างที่เปียกชุ่มจนเธอสั่นสะท้าน เธอเดินกอดอกตัวเอง ลัดเลาะไปตามมุมมืดของห้อง สายตาจดจ่ออยู่เพียงสิ่งเดียว… ‘อาหาร’
จนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่ใกล้กับโต๊ะวีไอพีของภูผา บนโต๊ะนั้นมีจานสเต็กเนื้อวากิวชั้นเลิศที่รินลดาตักไปเพียงคำเดียวถูกวางทิ้งไว้ กลิ่นหอมของมันทำให้ดาวน้ำลายสอ ท้องร้องประท้วงอย่างบ้าคลั่ง ความหิวทำให้เธอสติหลุด ลืมความกลัวทั้งหมด เด็กสาวในชุดขาดวิ่นเปื้อนโคลนค่อยๆ ก้าวออกจากมุมมืด เดินตรงเข้าไปที่โต๊ะตัวนั้น
“ว้ายยย!! กรี๊ดดด! นังขอทานสกปรกนี่เข้ามาได้ยังไง!”
เสียงกรีดร้องแสบแก้วหูของรินลดาดังลั่นขึ้นกลางงาน ทำให้เสียงดนตรีคลาสสิกหยุดชะงัก แขกเหรื่อทุกคนหันขวับมามองเป็นตาเดียว รินลดากระโดดหนีด้วยความรังเกียจเมื่อเห็นรอยเท้าเปื้อนโคลนย่ำลงบนพรมเปอร์เซียราคาแพง
พนักงานรักษาความปลอดภัยนับสิบนายรีบวิ่งกรูกันเข้ามาล้อมร่างที่ผอมบางของดาวเอาไว้ ดาวตกใจกลัวสุดขีด ร่างกายสั่นเทาราวกับลูกนกตกน้ำ เธอถอยกรูดไปจนมุมโต๊ะ สายตาหวาดหวั่นมองไปรอบๆ ก่อนจะหยุดลงที่ใบหน้าอันเย็นชาของภูผาที่กำลังนั่งถือช้อนส้อมค้างอยู่
“รปภ.! ลากตัวนังขยะนี่ออกไปเดี๋ยวนี้! มันทำให้งานกาล่าของฉันแปดเปื้อน!” รินลดาตวาดลั่น ชี้หน้าเด็กสาวอย่างเกรี้ยวกราด “เอาน้ำยาฆ่าเชื้อมาฉีดตรงที่มันยืนด้วยนะ ฉันจะอ้วก!”
พนักงานรักษาความปลอดภัยร่างยักษ์สองคนพุ่งเข้ามาคว้าแขนเล็กๆ ของดาวอย่างแรงจนเธอร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่ในเสี้ยววินาทีที่เธอกำลังจะถูกลากตัวออกไปนั้นเอง สายตาของดาวก็เหลือบไปเห็นจานสเต็กที่วางทิ้งไว้ ด้วยความหิวที่เอาชนะทุกสิ่ง เด็กสาวสะบัดแขนสุดแรง หันไปหาภูผาและเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ แหบแห้ง และเวทนาที่สุด
“คุณลุงคะ… หนูไม่มีเงิน… แต่หนูหิวเหลือเกิน… หนูขอกินเศษอาหารที่เหลือในจานนั้น… ได้ไหมคะ?”
สิ้นคำพูดนั้น ภูผาที่กำลังจะหันหน้าหนีด้วยความรำคาญใจ กลับชะงักงันราวกับถูกมนตร์สะกด!
น้ำเสียงนั้น… แม้จะแหบพร่าและเต็มไปด้วยความเจ็บปวด แต่มันกลับก้องกังวานเข้าไปในส่วนลึกที่สุดของหัวใจที่ตายด้านของเขา ภูผาหันขวับกลับมาจ้องมองเด็กสาวขอทานตรงหน้าอย่างเต็มตา
เมื่อสบตากัน ดวงตากลมโตที่สั่นระริกคู่นั้น… มันคือดวงตาของ ‘ภรรยา’ ผู้ล่วงลับของเขาไม่มีผิดเพี้ยน!
ช้อนส้อมเงินแท้หลุดออกจากมือของภูผา ร่วงตกลงกระทบจานกระเบื้องเคลือบเสียงดัง เพล้ง!
หัวใจของมหาเศรษฐีหนุ่มเต้นรัวอย่างบ้าคลั่ง เลือดในกายสูบฉีดจนหน้าแดงก่ำ เขาลุกพรวดขึ้นจากเก้าอี้ ปัดมือรินลดาที่พยายามจะรั้งแขนเขาออกไปอย่างไม่ไยดี ภูผาเดินฝ่าวงล้อมของ รปภ. เข้าไปหาเด็กสาวที่กำลังตัวสั่น
เมื่อเข้าไปใกล้ ในจังหวะที่ รปภ. กำลังกระชากคอเสื้อที่ขาดวิ่นของดาวจนร่นลงมา สิ่งที่ปรากฏอยู่บนเนินไหล่ด้านซ้ายของเด็กสาว ทำให้ภูผาแทบจะหยุดหายใจ… ‘ปานแดงรูปพระจันทร์เสี้ยว’ รอยตำหนิที่สวรรค์ประทานมาให้ลูกสาวของเขาตั้งแต่แรกเกิด รอยปานที่มีเพียงเขา ภรรยา และลูกสาวเท่านั้นที่รู้!
“หยุด! ปล่อยมือสกปรกของพวกแกออกจากตัวเธอเดี๋ยวนี้!!”
เสียงคำรามกึกก้องของภูผาดังสะท้านไปทั่วห้องโถง ทรงพลังและดุดันจน รปภ. ทั้งหมดสะดุ้งสุดตัวและรีบปล่อยมือจากดาวทันที บรรดาไฮโซในงานต่างอ้าปากค้าง ตกตะลึงกับท่าทีที่เปลี่ยนไปอย่างกะทันหันของชายผู้ทรงอิทธิพลที่สุดในงาน
ภูผาไม่สนใจสายตาของใครทั้งสิ้น เขาทรุดตัวลงคุกเข่าต่อหน้าเด็กสาวที่เนื้อตัวเต็มไปด้วยโคลนตมและกลิ่นเหม็นสาบ น้ำตาแห่งความร้าวรานและความปีติยินดีที่อัดอั้นมาตลอด 12 ปี ทะลักทลายออกมาอาบสองแก้มของมหาเศรษฐีผู้ไม่เคยร้องไห้ให้ใครเห็น มือที่สั่นเทาของเขาค่อยๆ เอื้อมไปสัมผัสใบหน้าที่เปรอะเปื้อนของดาวอย่างทะนุถนอมที่สุด
“ฟ้า… น้องฟ้า… ฟ้าใสของพ่อ…” ภูผาสะอื้นไห้ น้ำเสียงของเขาเต็มไปด้วยความรักที่ 차ล้น “พ่ออยู่นี่แล้วลูก… พ่อตามหาหนูมาตลอด… พ่อขอโทษที่ปล่อยให้หนูต้องตกระกำลำบากมาตั้งสิบสองปี… พ่อขอโทษลูก…”
คำว่า ‘พ่อ’ และชื่อ ‘ฟ้าใส’ ทำให้ดาวเบิกตากว้าง ความทรงจำในวัยเด็กที่เลือนรางและถูกปิดผนึกด้วยความโหดร้าย ค่อยๆ ฉายซ้ำขึ้นมาในหัว ภาพของอ้อมกอดที่อบอุ่น ภาพของชายที่เคยม้าหมุนให้เธอเล่นตอนเด็ก… เด็กสาวปล่อยโฮออกมาอย่างสุดกลั้น น้ำตาของเธอชะล้างคราบโคลนบนใบหน้า เผยให้เห็นเค้าโครงความงามที่ถูกซ่อนไว้
“พ… พ่อจ๋า? พ่อจริงๆ ใช่ไหม… ฟ้าหิว… ฟ้าเจ็บไปหมดเลยพ่อ…” เด็กสาวโผเข้ากอดร่างที่สวมชุดทักซิโด้ราคาแสนดอลลาร์ของภูผาแน่นโดยไม่สนว่ามันจะเปื้อนโคลน
ภูผากอดตอบลูกสาวสุดแรง กอดแน่นราวกับกลัวว่าเธอจะสลายหายไปอีกครั้ง เขาร้องไห้กอดลูกสาวท่ามกลางความตกตะลึงของคนทั้งงาน รินลดาที่ยืนอึ้งอยู่เบิกตากว้างจนแทบถลนออกมา
“ภ… ภูผาคะ นี่คุณบ้าไปแล้วเหรอ! นังขอทานนี่จะเป็นลูกสาวของคุณที่หายไปได้ยังไง มันก็แค่เด็กจรจัดที่หวังจะมากินฟรี!” รินลดาแผดเสียง
ภูผาเงยหน้าขึ้นตวัดสายตาที่ดุดันราวกับพญาราชสีห์จ้องมองรินลดา “หุบปาก! ถ้าเธอหรือใครหน้าไหนกล้าเรียกขานลูกสาวของฉันด้วยถ้อยคำดูถูกอีกแม้แต่คำเดียว ฉันจะทำให้พวกแกไม่มีที่ยืนในประเทศนี้!”
คำประกาศิตนั้นทำให้รินลดาเข่าอ่อน ทรุดลงไปกองกับพื้น ไม่มีใครกล้าแม้แต่จะส่งเสียงกระแอม ภูผาถอดเสื้อสูททักซิโด้ราคาแพงระยับของตน คลุมทับร่างที่เปียกปอนและหนาวสั่นของฟ้าใสอย่างทะนุถนอม เขาอุ้มลูกสาววัย 16 ปีที่ตัวเบาหวิวราวกับขนนกขึ้นแนบอก
“ไม่ต้องกินเศษอาหารของใครอีกแล้วนะลูก พ่อจะทำอาหารที่อร่อยที่สุดในโลกให้ฟ้ากินไปตลอดชีวิต… เรากลับบ้านกันเถอะลูกรัก”
ภูผาเดินอุ้มลูกสาวฝ่าวงล้อมของแขกเหรื่อไฮโซนับร้อยที่แหวกทางให้ด้วยความยำเกรง ทิ้งงานกาล่าจอมปลอมและผู้คนที่ตัดสินคนจากเปลือกนอกไว้เบื้องหลัง ค่ำคืนที่ฝนตกหนักและหนาวเหน็บที่สุด ได้สิ้นสุดลงแล้ว และแสงสว่างแห่งรุ่งอรุณใหม่ของอาณาจักร ‘อัครโภคิน’ กำลังจะเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับทายาทตัวจริงที่หวนคืนสู่บัลลังก์อย่างสมเกียรติ.



